RO / UF / UV ต่างกันยังไง? และมีผลต่อราคามือสองอย่างไร
การรู้ “ประเภทระบบ” ช่วยตีราคาได้แม่นขึ้น เพราะต้นทุนอะไหล่และการนำไปใช้งานต่อแตกต่างกัน
- RO: กรองละเอียดมาก เหมาะกับน้ำกร่อย/น้ำกระด้าง แต่มีปั๊มและเมมเบรนที่มีอายุการใช้งาน
- UF: กรองเชื้อโรคและตะกอนระดับหนึ่ง ระบบมักเรียบง่าย ดูแลง่าย
- UV: เน้นฆ่าเชื้อด้วยแสง UV มักใช้คู่กับไส้กรองอื่น
ทิป: ถ้ารู้กำลังการผลิต (เช่น L/hr หรือ GPD) ให้แจ้งมาด้วย จะช่วยประเมินไว
5 จุดที่คนรับซื้อเช็คก่อนให้ราคา: ปั๊ม-ถัง-รั่วซึม
เครื่องกรองน้ำมือสองมักได้ราคาตาม “สภาพการทำงานจริง” โดยจุดหลัก ๆ คือส่วนที่ซ่อมแพง
- ปั๊ม/มอเตอร์: เดินปกติไหม มีเสียงดังหรือสั่นผิดปกติหรือไม่
- ถังแรงดัน: มีสนิม/รั่ว/แรงดันตกไหม
- การรั่วซึม: จุดข้อต่อ สาย ท่อ และหัวต่อ
- สภาพไส้กรอง/กระบอก: แตก/ร้าว/เกลียวเสียหรือไม่
- ความสะอาด: คราบตะกรัน/ตะไคร่ มีผลต่อความน่าใช้
ทิป: ถ่ายรูปใต้เครื่องและจุดต่อสาย จะช่วยให้ประเมินได้เร็ว
วิธีถ่ายรูปเครื่องกรองน้ำให้ประเมินราคาได้เร็ว (ไม่ต้องถามซ้ำ)
รูปที่ชัดและครบ ช่วยลดรอบคุยและปิดดีลเร็ว โดยเฉพาะงานยกล็อต
- ถ่าย ตัวเครื่องเต็ม ๆ (หน้า/ข้าง/หลัง)
- ถ่าย ป้ายรุ่น/สเปก ให้เห็นชัด
- ถ่าย อุปกรณ์ที่มี: ถังแรงดัน ปั๊ม สาย ข้อต่อ ก๊อก
- ถ่าย จุดชำรุด/รั่ว แบบซูม
- ถ่ายภาพรวม จำนวนทั้งหมด ถ้ามีหลายเครื่อง
แนะนำส่งพร้อม “พื้นที่รับของ + ชั้น/ลิฟต์” เพื่อจัดคิวเข้ารับได้ไว
ก่อนขายต้องทำอะไรบ้าง? (ปลอดภัย สะอาด ส่งมอบง่าย)
การเตรียมเครื่องก่อนขายช่วยให้ขนย้ายง่าย ลดความเสี่ยงน้ำหก และทำให้ตรวจรับไวขึ้น
- ปิดวาล์วน้ำและระบายแรงดันก่อนถอด
- ถอดสาย/ข้อต่อให้เรียบร้อย ป้องกันน้ำค้างไหลเลอะ
- เช็ดทำความสะอาดภายนอก ลดคราบตะกรัน
- รวบรวมอุปกรณ์ให้ครบ (ถัง/ปั๊ม/สาย/ข้อต่อ/ก๊อก)
- ถ้าเป็นตู้กดน้ำ: เช็ดภายนอกและแจ้งสภาพความเย็น/คอมเพรสเซอร์
หมายเหตุ: หากเป็นระบบที่ต่อกับท่อถาวร แนะนำให้ช่างถอดตามมาตรฐานความปลอดภัย