1) 5 จุดที่คนรับซื้อมองก่อนเสมอ
เก้าอี้ทำงานราคาจะต่างกันมาก แม้หน้าตาคล้ายกัน เพราะระบบข้างในไม่เหมือนกัน
ก่อนประเมิน เราจะเช็ค “ความแน่น” และ “การปรับ” เป็นหลัก
- โช้ค: กดแล้วจมไหม หรือค่อย ๆ ไหลลงเอง
- ล้อ: กลิ้งลื่นไหม แตก/ติดขัดไหม
- กลไกเอน: เอนแล้วมีเสียงดัง/โยกมากไหม
- ที่วางแขน: หลวม แตก หรือปรับได้ครบไหม
- เบาะ/ตาข่าย: ยุบ ขาด หรือเหม็นอับไหม
2) Ergonomic ได้ราคาดีกว่า เพราะ “ปรับได้จริง”
เก้าอี้เพื่อสุขภาพจะมีมูลค่าสูงกว่าเก้าอี้ทั่วไป ถ้าปรับได้หลายจุดและล็อกได้แน่น
โดยเฉพาะรุ่นที่มีรองเอว (Lumbar) และพนักพิงที่โอบหลังดี
- ลองปรับทุกจุด: สูง-ต่ำ / เอน / ล็อก / รองเอว / ที่วางแขน
- ถ้ามีอุปกรณ์เสริม เช่น ที่รองศีรษะ แจ้งให้ครบ
- ถ่ายรูป “ปุ่ม/คันโยก” จะช่วยประเมินรุ่นได้ง่าย
3) ทำความสะอาดเล็กน้อย ช่วยเพิ่มราคาได้จริง
ไม่ต้องถึงกับซักใหญ่ แต่แค่เช็ดฝุ่น คราบ และกำจัดกลิ่นอับ
จะทำให้ภาพรวมดูดีขึ้น และลดโอกาสโดนกดราคา
- เช็ดโครงและล้อให้สะอาด (ฝุ่นสะสมมักทำให้ดูเก่า)
- ถ้าเบาะผ้า ใช้น้ำยาดับกลิ่น/สเปรย์ผ้าได้
- ถ่ายรูปในที่สว่าง ภาพชัด ช่วยให้ประเมินไวขึ้น
4) ขายยกล็อต = เร็วกว่าและคุ้มกว่า
ถ้าคุณมีเก้าอี้หลายตัว เช่น ย้ายออฟฟิศ ปรับปรุงพื้นที่ หรือปิดกิจการ
การขายยกล็อตจะลดภาระขนย้ายและประหยัดเวลามาก
- นับจำนวนคร่าว ๆ แยกประเภท (ผู้บริหาร/ทั่วไป/Ergo)
- ถ่ายรูปกองรวม + รูปใกล้ 3–5 ตัวที่สภาพต่างกัน
- แจ้งชั้น/ลิฟต์/ทางเดิน เพื่อจัดทีมยกได้เหมาะสม